PDA

ดูเวอร์ชั่นเต็ม : มหาดไทยมีมติแก้ไข พรบ.ท้องถิ่น 4 ฉบับ



INN
24-07-08, 08:40
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(นายสุพล ฟองงาม) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของ รมช.มหาดไทย ที่ดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ห้องประชุม มท.2 กระทรวงมหาดไทย โดยมีคณะทำงาน เข้าร่วมประชุมกว่า 20 คน ประกอบด้วย ตัวแทนนายกเทศมนตรี-นายก อบจ.-นายก อบต.และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและวิชาการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และ เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย นับเป็นการประชุมครั้งที่ 2/2551 โดยมีเรื่องพิจารณาเร่งด่วน คือ การพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 4 ฉบับ 1.พรบ. อบจ. พ.ศ.2540 แก้ไข เพิ่มเติม ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2546 , 2. พรบ.เทศบาล พ.ศ.2496 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 12 พ.ศ.2546 , 3. พรบ.สภาตำบลและ อบต.พ.ศ.2537 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 5 พ.ศ.2546 และ 4. พรบ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2542 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน ได้ให้คณะทำงานได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ และที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบ ให้แก้ไข พรบ.ทั้ง 4 ฉบับ โดยมีสาระสำคัญคือการกำหนดให้ผูบริหารท้องถิ่น นายกเทศมนตรี-นายก อบจ.-นายก อบต.และนายกเมืองพัทยา ดำรงตำแหน่งคาวละ 4 ปี โดยไม่จำกัดวาระ ซึ่งเดิม พรบ.ดังกล่าว ให้ผู้บริหารท้องถิ่น ดำรงตำแหน่งได้ 2 วาระ และต้องเว้นวรรค 4 ปี การมีมติให้แก้ไข พรบ.ท้องถิ่น ทั้ง 4 ฉบับ เนื่องจากที่ประชุมเห็นว่า พรบ.ท้องถิ่น เดิมนั้น ได้ห้ามการดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระ ทำให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่ว่าด้วยอำนาจอธิปไตยเป็นสิทธฺของปวงชนชาวไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน รมช.มหาดไทย กล่าวว่า บทบัญญัติห้าม ผู้บริหารท้องถิ่น นายก เทศมนตรี-นายก อบต.-นายก อบจ.-และนายกเมืองพัทยา ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระ และให้เว้นวรรค 4 ปีนั้น ไม่เหมาะสมต่อระบบการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน และเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการเลือกบุคคลที่ตนเองไว้วางใจหรือมีผลงานรับใช้ประชาชน โดยสุจริตเป็นที่ประจักษ์ แต่ไม่สามารถเลือกบุคคลนั้นได้ รวมไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งนั้นก็ถูกจำกัดมิให้เสนอตัวเข้ามารับใช้ประชาชนต่อไปอีกได้ สาระสำคัญของ ร่าง พรบ. แก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกบทบังคับที่ห้ามมิให้ ผู้บริหารท้องถิ่นดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระ (ยกเลิกมาตรา 35/2) คณะทำงาน จึงเสนอ มติที่ประชุมเรื่องการแก้ไข พรบ.ท้องถิ่น ฉบับที่กล่าวมาแล้ว ต่อนายสุพล ฟองงาม รมช.มหาดไทยที่ดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิก พรบ.เดิมนายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองแม่สอด เทศบาลเมืองแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ในฐานะกรรมการกระจายอำนาจท้องถิ่น กล่าวว่า นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน ในฐานะ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย(ส.ท.ท.) ร่วมกับ สมาคมสันนิบาต อบจ. อบต.และเมืองพัทยา ยังได้เข้าพบนายสามารถ แก้วมีชัย ประธานวิปรัฐบาลเพื่อขอให้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมสภา โดยก่อนหน้านี้ ส.ท.ท.และกลุ่มสมาคม ท้องถิ่นต่างๆ ได้เข้าพบกับ ประธานสภาผู้แทนราษฎร(นายชัย ชิดชอบ),นายอภิสิทธิ เวชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร-และหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ทุกพรรค เพื่อขอสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติม พรบ.ท้องถิ่น ทั้ง 4 ฉบับดังกล่าว ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพร้องร่วมกันที่จะสนับสนุนให้แก้ไขเพิ่มเติม พรบ.ท้องถิ่น 4 ฉบับ ขณะนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนของการเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบรรจุในวาระการประชุมในสมัยประชุมหน้าล่าสุด นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(ประธานวิปรัฐบาล) ได้ประชุม นายกเทศมนตรี-และ ผู้นำ ส.ท.ท.-อบต.-อบจ. ที่ห้องประชุมวิปรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร โดยวิป รัฐบาล ได้เห็นด้วยกับการแก้ไข พรบ.ท้องถิ่น 4 ฉบับ เพราะเห็นว่าเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หมวด 1 มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และมาตรา 4 ศักดิ์ความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล และยังเห็นว่าการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งผิดหลักประชาธิปไตย และสรุปในที่ประชุมว่า การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่นนั้น ควรให้ประชาชนเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ใช้กฎหมายกำหนด โดยหากผู้บริหารท้องถิ่นทำไม่ได้และกระทำทุจริตประพฤติมิชอบ ประชาชนในท้องถิ่นจะเป็นผู้กำหนดเองโดยไม่เลือกไปเป็นตัวแทนทำงาน ในทางตรงข้ามหากผู้บริหารท้องถิ่นทำดี ทำงานด้วยความสุจริตโปร่งใส ประชาชนก็คือผู้ที่จะกำหนดวาระให้ต่อไปอีกสมัย ตามหลักประชาธิปไตยที่ว่าด้วยอำนาจอธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของประชาชนประธานวิป รัฐบาล กล่าวว่า ในการนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับกฎหมายและ พรบ.ต่างๆนั้น สามารถ ทำได้ 4 แนวทางคือ 1. ครม.เสนอโดยผ่านกระทรวงที่เกี่ยวข้อง 2. ส.ส.เป็นผู้เสนอ 3. ประชาชนเข้าชื่อเสนอ และ 4. ศาลหรือองค์กรอิสระเป็นฝ่ายเสนอ สำหรับประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติม พรบ.ท้องถิ่น 4 ฉบับ นั้น เป็นการนำเสนอด้วยกัน 2 แนวทาง คือ ครม.และ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทำให้ประเด็นนี้จะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด นับเป็นการคืนสิทธิและเสรีภาพในอำนาจอธิปไตยของประชาชนให้กับประชาชน

More... (http://www.innnews.co.th/local.php?nid=123202)